Home แนวคิดชีวิต นิก วอยอาชิช (Nick Vujicic) ชายผู้เกิดมาไม่มีทั้งแขนและขา แต่กลับสร้างพลังให้กับโลกใบนี้

นิก วอยอาชิช (Nick Vujicic) ชายผู้เกิดมาไม่มีทั้งแขนและขา แต่กลับสร้างพลังให้กับโลกใบนี้

1 min read
0
0
1,440

วันที่ นิก วอยอาชิช (Nick Vujicic) เกิดในโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 1982 พยาบาลไม่ให้แม่เห็นเด็ก แม่ถามหมอว่าเด็กเป็นอย่างไร คำตอบจากหมอและพยาบาล คือ ความเงียบแม่เคยเป็นพยาบาลมาก่อน จึงรู้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติแน่นอน

  • “ลูกฉันเป็นอะไร?”
  • “Phocomelia” หมอตอบ

ได้ยินดังนั้น แม่ของเด็กก็ช็อก เมื่อพ่อเห็นทารกก็ร้องว่า “ลูกผมไม่มีแขน!”

หมอเงียบไปก่อนตอบว่า “ลูกคุณไม่มีทั้งแขนและขา”

Phocomelia เป็นอาการที่ทารกเกิดมาโดยแขนขาไม่ปกติหรือไม่มีแขนขา พยาบาลนำทารกไปข้างตัวแม่ แม่เด็กร้องด้วยความขมขื่นว่า “พาเขาออกไป! ฉันไม่ต้องการแตะต้องหรือเห็นเขา”

ไม่แปลกที่แม่ของเด็กช็อก เพราะเมื่อทำการตรวจอัลตราซาวด์ หลายเดือนก่อน หมอบอกว่าทารกเป็นปกติดี ไม่มีร่องรอยของการไร้แขนขา พ่อแม่ใจสลายเมื่อเห็นทารก แม่อารมณ์หงุดหงิด โวยวายกับพ่อว่า “ทำไมไม่มีใครส่งดอกไม้มาให้? ฉันไม่สมควรได้รับดอกไม้หรือไง?” พ่อของนิกจึงลงไปที่ร้านดอกไม้ ซื้อดอกไม้มาให้ภรรยา 

เมื่อตั้งสติได้แล้ว แม่ของทารกก็ยอมรับชะตากรรม และในฐานะชาวคริสเตียนที่เคร่งครัด เธอเชื่อว่าพระเจ้าคงมีแผนการบางอย่างสำหรับลูกคนนี้

นิกเป็นชาวออสเตรเลีย เกิดในครอบครัวเชื้อสายเซอร์เบีย การไร้แขนขาเป็นผลมาจากโรคร้ายนาม Tetra-amelia อย่างไรก็ตาม เขามีสองเท้าเล็ก ๆ เท้าข้างหนึ่งมีนิ้วเท้าสองนิ้ว

พ่อแม่พยายามให้เด็กใช้ชีวิตอย่างปกติที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่การขาดแขนขาทำให้ชีวิตดำเนินไปไม่ง่ายเลย ตั้งแต่วันแรก ๆ ในชีวิต เขาต้องเผชิญความลำบากทางกายภาพและจิตใจ ที่แย่ที่สุดคือถูกเพื่อน ๆ ล้อเลียน

ตามกฎหมายสมัยนั้น การเป็นคนพิการแบบนี้ทำให้เขาเข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไปไม่ได้ แต่โชคดีที่กฎหมายนี้เปลี่ยน เขาเป็นรุ่นแรกที่เข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไปได้ ทว่าเขามักถูกเด็กอื่นแกล้ง ทำให้เขาหดหู่มาก นิกกลับจากโรงเรียนมาร้องไห้ บอกว่าเขาเจอแต่เรื่องเลวร้าย แม่ก็ร้องไห้กับเขา

เมื่ออายุแปดขวบ เขาก็ปลงตกแล้วว่า ในชีวิตนี้เขาไม่มีทางทำโน่นทำนี่ จะไม่มีวันมีหญิงสาวมารักเขา ถึงมีก็ไม่สามารถกอดเธอ ไม่มีทางแต่งงาน ถึงแม้จะได้แต่งงานและมีลูกก็ไม่สามารถกอดลูก เขาจะได้ทำงานแบบไหน ใครจะจ้างเขา?

เขาถามพระเจ้าว่า ทำไมเรื่องร้ายๆ จึงเกิดขึ้นกับเขา ทำไมทำให้เขาทรมานอย่างนี้ แต่ไม่มีคำตอบจากพระเจ้า

บ่ายวันหนึ่งหลังจากกลับจากโรงเรียน นิกบอกแม่ว่าจะแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำ บอกแม่ให้ปิดประตูด้วย เมื่ออยู่ลำพังเขาก็จมร่างใต้น้ำและกลั้นลมหายใจ ปอดของเขาแข็งแรง จึงใช้เวลาพักใหญ่กว่าเขาจะถึงขั้นทนไม่ได้

เขาอยากจากโลกนี้ไป แต่ภาพครอบครัวที่โศกเศร้าในงานศพของเขาทำให้เขาเปลี่ยนใจ เขาไม่อาจจากโลกไปในลักษณะนี้ เขาเห็นแก่ตัวเกินไปหากทำเช่นนั้น

เลื่อนการฆ่าตัวตายออกไปก่อนก็แล้วกัน!

คืนนั้นเขาบอก แอรอน น้องชายของเขาว่า “ฉันจะฆ่าตัวตายเมื่ออายุยี่สิบเอ็ด”

ทำไมต้องเป็นตัวเลข 21 ? ก็เพราะเลข 21 เป็นวัยที่ชายหนุ่มทั้งหลายมีแฟน คนอย่างเขาไม่มีวันมีแฟนหรือคนมารักอย่างแน่นอนเด็ดขาดล้านเปอร์เซ็นต์

พ่อของเขาถามเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ทำไมลูกถึงอยากฆ่าตัวตายล่ะ?”

เห็นชัดว่าน้องชายของเขาบอกพ่อ! พ่อบอกว่า “เราจะอยู่เคียงข้างลูกเสมอ ทุกอย่างจะโอเค”

พ่อพูดพลางใช้นิ้วสางผมให้เขา นิกชอบสัมผัสนั้นเสมอ “เราจะอยู่กับลูกเสมอ ลูกจะไม่เป็นไรแน่นอน”

คืนนั้นเขานอนหลับสบาย ถึงจะไม่มีแขนขา เขาก็ไม่ได้อยู่ในโลกนี้โดยลำพัง ความคิดที่จะฆ่าตัวตายหายไป เมื่อวันหนึ่งแม่ของเขาให้เขาดูบทความในหนังสือพิมพ์เรื่องชายพิการคนหนึ่ง เขาได้คิดว่าเขาไม่ใช่คนเดียวในโลกที่พิการร้ายแรงแบบนี้

เขาเขียนหนังสือโดยใช้นิ้วเท้าทั้งสอง เขาเรียนที่จะใช้คอมพิวเตอร์ และพิมพ์ดีดโดยใช้นิ้วเท้าและส้นเท้า เขาแปรงฟัน หวีผมเอง โกนหนวด พูดโทรศัพท์ เขายังสามารถเล่นกีฬาบางประเภท โยนลูกเทนนิส ตีกลอง เล่นบอล กระโดดลงสระน้ำ ตกปลา เล่นกอล์ฟ

เมื่ออายุสิบเจ็ด นิก วอยอาชิช ก่อตั้งองค์กรไม่หวังผลกำไรชื่อ Life Without Limbs เขาเรียนจบมหาวิทยาลัยด้านบัญชีกับการวางแผนการเงิน เมื่ออายุยี่สิบเอ็ด เขาเริ่มออกเดินทางพูดกระตุ้นให้ผู้คนรู้สึกในทางดี มีความหวัง เขาอยากเป็นนักพูดระดับโลก และเขาก็ได้เป็นในที่สุด

ขอบคุณภาพจาก : mikevillavisuals.com

ในคลิปวิดีโอของนิกที่เผยแพร่ไปทั่วโลก แสดงภาพชายหนุ่มไร้แขนไร้ขาคนหนึ่งนั่งบนโต๊ะ ร่างของเขาสูงเพียงเมตรเศษ ๆ ใบหน้าอาบรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี เขาบอกว่าชีวิตคนเราย่อมเผชิญอุปสรรค เราจะทำอย่างไรเมื่อล้มลง? เขาสาธิตโดยการล้มคว่ำหน้าและบอกว่า “ผมไม่มีแขนไม่มีขา ตามตรรกะย่อมไม่สามารถลุกขึ้น แต่ไม่จริง…”

ชายพิการใช้หน้าผากกับไหล่ยันร่างเผยอขึ้นมาเล็กน้อย ใช้ท่อนล่างขยับ และใช้หน้าผากยันพื้นต่อเนื่อง ร่างของเขาค่อย ๆ ลุกขึ้นมาจนได้ หากเราล้มลงและพยายามลุกขึ้นร้อยครั้งและไม่สำเร็จทั้งร้อยครั้ง ถ้าล้มเลิกก็จบแค่นั้น แต่ถ้าไม่ยอมเลิก ก็ต้องลุกขึ้นจนได้ การลุกขึ้นเมื่อล้มลงสำหรับคนไร้แขนไร้ขา เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่หากไม่ยอมแพ้ และขอสู้แค่ตาย อุปสรรคก็ละลาย นิกต้องใช้เวลาฝึกตัวเองในการลุกขึ้นนานแสนนานกว่าจะทำได้

ครั้งหนึ่งขณะเดินทางไปพูดที่รัฐหนึ่ง เขานั่งติดกับผู้หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งกำลังร้องไห้ เขาถามเธอว่า “มีอะไรที่ผมช่วยได้ไหม?” เธอเล่าว่าเธอกำลังบินไปเยี่ยมลูกสาววัยสิบห้าซึ่งเพิ่งผ่านการผ่าตัด และการผ่าตัดไม่ประสบความสำเร็จ เขาปลอบใจเธอไปตลอดเที่ยวบินนั้นเพื่อให้เธอรู้สึกดีขึ้น

ในช่วงหนึ่งเธอเล่าว่าเธอกลัวการบิน เขาบอกเธอว่า “คุณสามารถจับมือผมได้นะ!” นั่นทำให้สามารถเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะใหญ่จากเธอ

นิก วอยอาชิช บอกทุกคนว่า “ผมชอบใช้ชีวิต ผมมีความสุข” ทำไม?

เขาบอกว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับทัศนคติอย่างเดียวเท่านั้น (เขาตั้งชื่อบริษัทที่จัดการการพูดของเขาว่า Attitude Is Attitude)

ไร้แขน ไร้ขา ไร้ความกังวล!

เขานึกถึง เฮเลน เคลเลอร์ ตาบอดตั้งแต่สองขวบ แต่ก็ทำอะไรได้มากมาย โลกมีคนพิการมากมายที่ฟันฝ่าอุปสรรคทางกายและใจสำเร็จ ทำไมจึงเลือกมองแต่คนที่ทำไม่สำเร็จเล่า?

ทัศนคติที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นเอง มันมาจากการเห็นคุณค่าของมันและสะสม เมื่อสะสมได้มากพอ ชีวิตก็เหมือนตุ๊กตาล้มลุกที่เมื่อล้มลงไปแล้ว ก็ลุกขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติ

แน่ละ ชีวิตมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบทุกวัน แต่มันก็ไม่ได้เต็มไปด้วยขวากหนามทุกวันเช่นกัน บางครั้งยากเหลือเกินที่จะยิ้ม แต่บางครั้งเราก็ต้องยิ้ม เมื่อยิ้มบ่อย ๆ มันก็อาจจะช่วยลบความคิดความรู้สึกไม่ดีออกไป รอยยิ้มก็เหมือนไม้ขนไก่ ซึ่งใช้ปัดฝุ่นที่เปื้อนชีวิต ฝุ่นไม่มีวันหมดสิ้น แต่การปัดมันเป็นระยะจะช่วยทำให้ชีวิตไม่สกปรกหรือเปื้อนความรู้สึกด้านลบนานเกินไป

มีคนถามเขาเสมอว่า “นิก ทำไมคุณจึงสามารถมีความสุขได้ขนาดนี้?” เขาตอบว่า “ผมพบความสุขเมื่อผมพบความจริงว่า ถึงแม้ผมจะดูเหมือนไม่สมบูรณ์ แต่ผมคือ นิก วอยอาชิช ที่แสนสมบูรณ์” และในเมื่อเขาเป็นคนที่แสนสมบูรณ์ เขาก็อยากช่วยเหลือคนอื่นให้มองเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เขาอยากช่วยคนอื่นให้เห็นโดยใช้ตัวเขาเองเป็นตัวอย่าง 

หมายเหตุ : ปัจจุบัน นิก วอยอาชิช เป็นนักพูดเสริมกำลังใจแก่คนทั่วโลก เขาพูดให้คนฟังมาแล้ว สามล้านคน ยี่สิบสี่ประเทศ ห้าทวีป เขาเขียนหนังสือเรื่อง Life Without Limits

จากหนังสือ ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน โดย วินทร์ เลียววาริณ

Load More Related Articles
Load More By MrAusawinz
Load More In แนวคิดชีวิต
Comments are closed.

Check Also

สะกิดแฟนไปเปย์ 5 ที่พักชลบุรีบรรยากาศดีๆ แบบติดทะเล

สะกิดแฟนไปเปย์ 5 ที่พักชลบุรีบรรยากาศดีๆ แบบติดทะเล จะมีอะไรดีไปกว่าการเก็บกระเป๋าแล้วสะกิ…